เลิฟเบริด์ 9 สายพันธุ์

 

 

นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกที่เป็นสายพันธุ์เดียวกับนกแก้ว (Parrot) จึงเรียกว่า Little Parrot และด้วยเอกลักษณ์ของนกชนิดนี้คือชอบอยู่เป็นคู่ และดูแลกันและกันเป็นอย่างดี จึงได้รับการเรียกขานว่า”Love Bird” หรือเรียกชื่อทางวิทยาศาสัตร์ว่า ”Agapornis” โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ แบบไม่มีขอบตา(Peachface Lovebirds) และมีขอบตา(Fischer Lovebirds) โดยมีสายพันธุ์แยกเป็น 9 ชนิดคือ

1:นกหัวดำ (Masked lovebird, Agapornis personatus)

นกหัวดำ ถูกตั้งชื่อโดย (Reichenow) เมื่อปี ค.ศ. 1887 พบได้ที่ : ซีเรียน ทานซาเนีย

หน้ากาก และ หัว : ดำ ไม่มีสีเทาหรือน้ำตาลปะปนอยู่ เป็นเส้นขอบตรงรอบคอ

อก และคอ : มีสีเหลืองรอบคอ และลึกถึงหน้าอก และไม่ควรมีสีส้มปะปนที่คอ

สี : สีเขียวสด มีสีของ melanin และ psitacin เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีแดงเข้ม ตาสีน้ำตาลเข้ม

ลัมพ์ : ม่วงอ่อน เกือบไลแลค

ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน

โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว

สุขภาพ : สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง

ขนาด : 13-15 ซม

2:นกฟิชเชอร์ (Fischers lovebird, Agapornis fischeri)
นกฟิชเชอร์ ถูกตั้งชื่อโดย (Reichenow) เมื่อปี ค.ศ. 1887 พบได้ที่ : ทานซาเนีย และลุ่มแม่น้ำวิคตอเรีย เซเรงเกติ และ ป่ามอมบัซซา
หน้ากาก และ หัว : บริเวณหน้าและหน้าผากมีสีส้มสด บริเวณท้ายทอยถึงก่อนที่จะถึงหลังมีสีโอลีฟ คล้าย “ผ้าคลุมหน้า” ถ้าบริเวณนี้มีสีเข้มเกินไป หรือไม่มีสี แสดงว่ามีสายเลือดมาจากนกหัวดำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
อก และคอ : เหมือนหน้าผาก และลึกถึงอก ไม่ควรมีสีเหลืองปะปนบริเวณรอบคอ
สี : สีเขียวสด มีสีของ melanin และ psitacin เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีเข้ม ตาสีน้ำตาลเข้ม
ลัมพ์ : ม่วงอ่อน เกือบไลแลค
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว
สุขภาพ :สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง

ขนาด : 15-16 ซม.

 

3:นกนายาซ่า (Nyasa lovebird, Agapornis lilianae)
นกนายาซ่า ถูกตั้งชื่อโดย (Shelley) เมื่อปี ค.ศ. 1894  พบได้ที่ : ทางใต้ของทานซาเนีย ตะวันออกเฉียงเหนือของโมแซมบิค และตะวันออกเฉียงใต้ของแซมเบซี ตามแม่น้ำแซมเบซี ถึงซิมบับเว
หน้ากาก และ หัว : หัวส่วนบนและหน้า มีสีแดงส้ม แก้มส้ม ท้ายทอยมีสีเขียวอ่อนถึงหลัง และไม่ควรมีสีเทาหรือดำปะปน
อก และคอ : มีสีส้ม ลึกจนถึงหน้าอก มีขอบสีเหลือง
สี : สีเขียวสด มีสีของ melanin และ psitacin เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีแดงเข้ม ที่ส่วนต้นมีสีมุก มีวงสีมุกครีมรอบ รูม่านตาสีน้ำตาลเข้ม คล้าย “ตาของงู”
ลัมพ์ : สีเขียว ไม่ควรมีสีอื่นปน นอกจากสีลำตัว
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว หัวเล็ก และกลม ทำให้มีรูปร่าง เหมือน “ขวด”
สุขภาพ : สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง

ขนาด : 13 ซม.

4:นกแบล๊คชีค(Blackcheeked lovebird, Agapornis nigrigenis)
นกแบล๊คชีค ถูกตั้งชื่อโดย (Sclater) เมื่อปี ค.ศ. 1906 พบได้ที่ ทางเหนือของซิมบับเว น้ำตกวิคตอเรีย แซมเบีย
หน้ากาก และ หัว : บนหัวและแก้มมีขอบสีแดงส้ม แก้มดำ บริเวณท้ายทอยมีสีโอลีฟ อาจจะมีสีแดงส้มปะปนอยู่บริเวณใต้ส่วนที่มีสีเทาและดำ
อก และคอ : คอมีสีแดงส้ม เป็นรูปวงกลมขนาดเล็ก
สี : มีสีของ melanin และ psitacin เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีแดงเข้มที่ส่วนต้นมีสีมุก มีวงสีมุกครีมรอบ รูม่านตาสีน้ำตาลเข้ม คล้าย “ตาของงู”
ลัมพ์ : สีเขียว ไม่ควรมีสีอื่นปน นอกจากสีลำตัว
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว หัวเล็ก และกลม ทำให้มีรูปร่าง เหมือน “ขวด”
สุขภาพดี : สง่า ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง

ขนาด : 13-14 ซม.

5:นกไม่ขอบตา (Peachfaced lovebird, Agapornis roseicollis)
นกไม่ขอบตา ถูกตั้งชื่อโดย (Vieillot) เมื่อปี ค.ศ. 1818 พบได้ที่ : นามีเบีย และ แอฟริกาใต้
หน้ากาก และ หัว : บริเวณหน้า และหน้าผากมีสีแดง ไม่มีสีขาวหรือ สีส้มปะปนอยู่ หน้าผากต้องมีเส้นขอบตรง ไม่กระจาย
หน้าอก และคอ : สีอ่อนกว่าหน้าผากเล็กน้อย กระจายถึงหน้าอกส่วนบน
สี : สีเขียวสด มีสีของ melanin และ psitacin เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีขาว ตาสีน้ำตาลเข้ม
ลัมพ์ : สีฟ้า
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว
สุขภาพ : สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง
ขนาด : 16-18 ซม.

6:นกแอบิซินเนียน (Abyssinian lovebird, Agapornis taranta)
นกแอบิซินเนียน ถูกตั้งชื่อโดย (Stanley) เมื่อปี ค.ศ. 1814 พบได้ที่ : เอธิโอเปีย
หน้ากาก และ หัว : หน้าสีแดงเข้มในนกตัวผู้ และสีเขียวในนกตัวเมีย
อก และคอ : มีสีเขียว
สี : สีเขียว เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีแดง ปลายปีกสีดำ ตาสีน้ำตาลเข้ม
ลัมพ์ : สีเขียวอ่อนกว่าสีเขียวที่ลำตัว

ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว
สุขภาพ :สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง
ขนาด : 17-18 ซม.

7:นกเรดเฟส (Redfaced lovebird, Agapornis pullarius)
นกเรดเฟส ถูกตั้งชื่อโดย (Linnaeus) เมื่อปี ค.ศ. 1758 พบได้ที่ : กินี ไอวอรีโคสต์ กานาถึงซูดาน คองโก
หน้ากาก และ หัว :  หน้าผากแดงส้มจนถึงคางในนกตัวผู้ และสีส้มอ่อนในนกตัวเมีย
อก และคอ : สีเขียว
สี : สีเขียว เท้าและเล็บ สีเทา ปลายปีกสีดำ จงอยปากสีแดงในตัวผู้ และสีส้มในตัวเมีย ตาสีน้ำตาลเข้ม
ลัมพ์ : สีฟ้าอ่อนแคบๆ ส่วนที่เหลือเป็นสีเขียวอ่อน
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว
สุขภาพ : สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง
ขนาด : 13-15 ซม.

8:นกมาดากัสการ์ (Madagascar lovebird, Agapornis canus)
นกมาดากัสการ์ ถูกตั้งชื่อโดย (Gmelin) เมื่อปี ค.ศ. 1788 พบได้ที่ : ทางตะวันออกและ ตะวันตกของ เกาะมาดากัสการ์
หน้ากาก และ หัว :  หัวสีเทาในนกตัวผู้ และสีเขียวในนกตัวเมีย
อก และคอ : เหมือนสีของหัวในนกตัวผู้ และสีเขียวในนกตัวเมีย
สี : สีเขียว เท้าและเล็บ สีเทา จงอยปากสีเทา ตาสีน้ำตาลเข้ม
ลัมพ์ : สีเขียวอ่อนกว่าสีเขียวที่ลำตัว
ขน : เรียบเนียน ครบทุกส่วน
โครงสร้าง : แข็งแรง จงอยปากสบกันพอดี ตาอยู่ตรงกลาง คอเต็มและกว้าง หลังตรง ปลายปีกไม่ตกหรือไขว้กัน ปีกและหางเรียบไปตามลำตัว
สุขภาพ : สง่า สุขภาพดี ตัวตรงและแข็งแรง จับคอนอย่างมั่นคง
ขนาด : 14 ซม.

9:นกสร้อยคอดำ (Blackcollared lovebird, Agapornis swindernianus)
นกสร้อยคอดำ ถูกตั้งชื่อโดย (Kuhl) เมื่อปี ค.ศ. 1820 พบได้ที่ : ลิเบอร์เรีย ไอวอรีโคสต์ และกานา
แต่โชคไม่ดีนัก ไม่สามารถพบนกสายพันธุ์นี้ในกรงมานานแล้ว พวกเรายังรอว่าสักวันคงจะได้เห็น พวกมันในการประกวด

โดย: คนนอกวงการ

 

1 Response

ใส่ความเห็น